ปูนซีเมนต์นครหลวงประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในโอกาสคว้ารางวัลอันทรงเกียรติ “บริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2569” ในหมวดธุรกิจวัสดุก่อสร้าง จากเวที Money & Banking Awards 2026 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งด้านการบริหารจัดการทางการเงินที่เป็นเลิศและความสามารถในการสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้ถือหุ้น ตลอดจนศักยภาพในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
นายรานจัน ซาซเดอวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การได้รับรางวัล “บริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2569” ในหมวดธุรกิจวัสดุก่อสร้าง จากงาน Money & Banking Awards 2026 ในครั้งนี้ ถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของผลการดำเนินงานทางธุรกิจ และความสามารถในการบริหารจัดการด้านต่างๆ ตลอดจนศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรท่ามกลางความท้าทายของสถานการณ์โลกในปัจจุบัน
ทั้งยังเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงความทุ่มเทของพนักงานในองค์กร รวมถึงพันธมิตรลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายที่ร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืน ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ยืนยันสถานะทางการเงินที่มั่นคง แต่ยังเป็นอีกหนึ่งในความภาคภูมิใจและตอกย้ำถึงบทบาทของบริษัทฯ ในฐานะผู้นำที่มุ่งสร้างความเป็นเลิศทางธุรกิจควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมและการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบตลอดห่วงโซ่คุณค่า ภายใต้กรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืนปี 2573 (INSEE Sustainability Ambition 2030) เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อม โดยภายในงาน Money & Banking Awards 2026 นายมนตรี นิธิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจปูนซีเมนต์ของประเทศไทย เป็นผู้แทนบริษัทฯ ขึ้นรับรางวัลจาก นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และ นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานฯ โดยมี นายสิทธิชัย ศิริอยู่วิทยา SVP – Commercial นายวรวัจน์ ศุภโกวิท VP Finance นางสาวศตญา พูลเจริญ Treasury, Corporate Finance & IR พร้อม ทีมสื่อสารองค์กร เข้าร่วมงาน ณ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ รางวัล Money & Banking Awards 2026 จัดโดยวารสารการเงินธนาคาร
เพื่อมอบให้แก่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่มีผลประกอบการรวมยอดเยี่ยมในรอบปี




โดยพิจารณาจากการจัดอันดับ 300 บริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2569 ซึ่งประเมินจาก 4
ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ขนาดของบริษัท ความสามารถในการทำกำไร ผลตอบแทนต่อการลงทุน และสภาพคล่องในการลงทุนสะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางการเงิน และศักยภาพในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างของประเทศไทยรางวัลอันทรงเกียรตินี้ไม่เพียงยืนยันบทบาทสำคัญของบริษัทฯ ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับสากล แต่ยังเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นต่อความเป็นเลิศในการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างให้มีความยืดหยุ่นพร้อมรับกับอนาคตที่มีการเปลี่ย
นแปลงตลอดเวลา ควบคู่กับการมอบคุณค่าระยะยาวแก่ผู้ถือหุ้นผ่านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ตลอดจนสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่สังคมและชุมชน ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไร และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาวอย่างมั่นคง










ใส่ความเห็น