ในวันที่ภาคการเกษตรไทยยังต้องเผชิญกับความเสียหายหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต การยืดอายุการเก็บรักษาโดยไม่พึ่งพาสารเคมี จึงเป็นอีกหนึ่งโจทย์สำคัญที่นำมาสู่งานวิจัยเรื่อง “การพัฒนาสารเคลือบที่ผสมสารสกัดหยาบจากใบกระท่อมต่อการลดการเกิดโรคแอนแทรคโนสหลังการเก็บเกี่ยวของมะม่วงน้ำดอกไม้” ผลงานของนางสาวปวรรัตน์ เรืองรองปัญญา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะนวัตกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยรังสิต ที่สามารถแก้ปัญหาในภาคการเกษตรในอนาคต
นางสาวปวรรัตน์ เรืองรองปัญญา เจ้าของผลงานเปิดเผยว่า เดิมตั้งใจศึกษาการสกัดสารสำคัญในใบกระท่อม 7-hydroxymitragynine เพื่อนำไปพัฒนาเป็นยาระงับปวด หลังศึกษางานวิจัยจากต่างประเทศระบุว่ามีฤทธิ์ระงับปวดสูงและอาจพัฒนาเป็นยารักษาโรคในอนาคต แต่เมื่อศึกษาลึกลงไป พบว่า การวิจัยด้านดังกล่าวต้องอาศัยเครื่องมือวิเคราะห์ขั้นสูง การทดลองที่ซับซ้อน รวมถึงการศึกษาทางคลินิกในมนุษย์ ซึ่งเกินขอบเขตของการทำวิจัยระดับปริญญาตรี อาจารย์ธนัชยา เกณฑ์ขุนทด อาจารย์ที่ปรึกษาวิจัย จึงแนะนำว่า ให้นำศักยภาพของสารในกระท่อมมาประยุกต์ใช้ในอีกมิติหนึ่ง คือ การแก้ปัญหาโรคพืชที่ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรของไทย จึงหันมาศึกษาพืชเศรษฐกิจของประเทศ พบว่า “โรคแอนแทรคโนส” เป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่สร้างความเสียหายต่อผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยวในพืชหลายชนิด จึงเกิดคำถามว่าหากสารออกฤทธิ์ในใบกระท่อมสามารถยับยั้งจุลินทรีย์ได้ จะสามารถนำมาช่วยลดการเกิดโรคพืชได้หรือไม่ จึงนำไปสู่การพัฒนางานวิจัย “สารเคลือบผิวผลไม้ผสมสารสกัดจากใบกระท่อม” ซึ่งมีเป้าหมายในการยืดอายุการเก็บรักษาผลผลิตทางการเกษตร โดยอาศัยคุณสมบัติของสารสกัดธรรมชาติ


พลิก “กระท่อม” สู่คำตอบของโรคพืช
จากการศึกษา พบว่า ใบกระท่อมมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพหลายกลุ่มทั้งอัลคาลอยด์ ฟีนอลิก และฟลาโวนอยด์ ซึ่งมีรายงานว่าสามารถต้านอนุมูลอิสระและยับยั้งจุลินทรีย์บางชนิดได้ จึงมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าสารเคลือบดังกล่าวสามารถช่วยลดการสูญเสียน้ำ ชะลอการสุกของผลไม้ และมีศักยภาพในการยับยั้งเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคแอนแทรคโนส ซึ่งเป็นโรคสำคัญที่สร้างความเสียหายต่อผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยว
โดยผู้วิจัยเลือกมะม่วงน้ำดอกไม้และพริกมาเป็นพืชต้นแบบ เนื่องจากเป็นสินค้าเกษตรเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทยที่มีการส่งออกไปยังหลายประเทศ แต่ยังประสบปัญหาเรื่องอายุการเก็บรักษาที่สั้น หากสามารถลดการเน่าเสียและยืดอายุผลผลิตได้ก็จะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและลดความสูญเสียตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งผลจากการทดลองเป็นที่น่าพอใจ อีกทั้ง อาจารย์ที่ปรึกษาได้การสนับสนุนให้นำผลงานเข้าสู่เวทีประกวดและการประชุมวิชาการระดับประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้วิจัยได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับนักวิจัยจากหลากหลายสถาบัน รวมถึงรับข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิในการพัฒนางานต่อยอดในอนาคต
ห้องปฏิบัติการสู่เวทีระดับประเทศ
จากความมุ่งมั่นตลอดระยะเวลาของการทำวิจัยส่งผลให้งานวิจัยดังกล่าว ได้รับรางวัลเหรียญเงิน (Silver Medal) พร้อมเกียรติบัตร ในงานประกวดนวัตกรรมสายอุดมศึกษา ประจำปี 2569 (Higher Education Innovation Awards 2026 และรางวัลชนะเลิศ จากการประชุมวิชาการระดับชาติด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ราชภัฏกรุงเก่า ครั้งที่ 12 ซึ่งสะท้อนศักยภาพของงานวิจัยระดับปริญญาตรีที่สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริงในภาคการเกษตรต่อไป
“การนำเสนอผลงานครั้งแรกเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เพราะต้องอธิบายงานวิจัยที่ใช้เวลาศึกษาหลายเดือนให้คณะกรรมการและผู้เชี่ยวชาญเข้าใจภายในเวลาจำกัด พร้อมตอบคำถามเชิงวิชาการที่ท้าทาย ซึ่งพอทราบผลว่าได้รับรางวัล รู้สึกดีใจและภูมิใจมาก ๆ เพราะเป็นเหมือนรางวัลตอบแทนความตั้งใจและความเหนื่อยตลอดช่วงที่ทำวิจัย บางครั้งต้องแก้ไขการทดลองหลายรอบ กว่าจะได้ผลที่น่าพอใจ พอได้รับรางวัลก็รู้สึกว่าความพยายามทั้งหมดคุ้มค่า และเป็นกำลังใจในการอยากพัฒนางานวิจัยและสร้างนวัตกรรมทางการเกษตรต่อไปในอนาคต”
เลือกเรียนเพราะ “โอกาส” และได้มากกว่า “การศึกษา”
ก่อนตัดสินใจเลือกเรียนคณะนวัตกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้วิจัยสอบติดหลายมหาวิทยาลัย แต่สุดท้ายตัดสินใจเลือกมหาวิทยาลัยรังสิตเพราะได้รับทุนการศึกษา ซึ่งเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว อีกเหตุผลหนึ่งที่สำคัญ คือ ความสนใจในศาสตร์ด้านกัญชาศาสตร์ ซึ่งในช่วงเวลานั้นกำลังเป็นองค์ความรู้ใหม่ที่มีแนวโน้มเติบโตและสามารถต่อยอดสู่การวิจัยและอุตสาหกรรมแห่งอนาคตได้ จึงอยากเข้ามาเรียนรู้ทางด้านนี้ เพื่อน ๆ ในคณะน่ารักเป็นกันเอง ทั้งเรื่องเรียน กิจกรรม การทำงานในห้องปฏิบัติการ และการพัฒนางานวิจัย เวลามีงานกลุ่มทุกคนก็จะช่วยกันอย่างเต็มที่ ทำให้บรรยากาศการเรียนสนุกและอบอุ่น โดยเฉพาะอาจารย์ที่ปรึกษาที่มองเห็นศักยภาพของนักศึกษาแต่ละคนคอยผลักดันและสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทำให้มีโอกาสได้พัฒนาตนเองและแสดงความสามารถมากขึ้น ทั้งในด้านการทำวิจัยการนำเสนอผลงานในเวทีต่าง ๆ
จากจุดเริ่มต้นของความสนใจในพืชสมุนไพรพื้นบ้าน สู่การต่อยอดเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ภาคการเกษตร งานวิจัยชิ้นนี้สะท้อนให้เห็นว่า “นวัตกรรม” ไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีที่ซับซ้อนเพียงอย่างเดียว หากแต่เกิดจากการตั้งคำถามใหม่กับทรัพยากรที่มีอยู่ และมองเห็นคุณค่าของสิ่งใกล้ตัว จนสามารถพัฒนาเป็นองค์ความรู้ที่สร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างเป็น










ใส่ความเห็น