TECNO เดินหน้าปรับภาพลักษณ์แบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบหลายปี
จากสมาร์ตโฟนสเปคแรงราคาคุ้มที่คนไทยคุ้นเคย
สู่การเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์และแฟชั่นที่สะท้อนตัวตนคนรุ่นใหม่ โดยมี TECNO
POVA 8 Series เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
พร้อมส่งแคมเปญใหญ่ผ่านสื่อ Out of Home ที่สถานี MRT
เพื่อส่งสัญญาณถึงคนรุ่นใหม่ให้กล้าใช้ชีวิตในแบบที่เป็นตัวเอง
ประกาศพร้อมเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนที่พร้อมอยู่เคียงข้างทุกคน
และสนุบสนุนให้เป็นตัวเองในแบบที่ต้องการ
เพราะแบรนด์เชื่อเสมอว่าคนเราไม่ได้มีเพียงบทบาทเดียวเท่านั้น
ย้อนดูที่มา บทบาทของ TECNO บนเวทีระดับสากล
TECNO เติบโตอย่างโดดเด่นบนเวทีระดับสากลมาตั้งแต่ปี 2006
โดยเริ่มต้นสร้างชื่อเสียงและครองใจผู้ใช้งานทั่วโลกทั้งในแอฟริกาและลาตินอเมริกา
ด้วยดีเอ็นเอของแบรนด์ที่มุ่งเน้นการพัฒนา “Performance Value Budget
Phone” หรือการส่งมอบสมาร์ตโฟนประสิทธิภาพสูงในราคาที่คุ้มค่า
ก่อนจะเข้ามาปักธงในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2017 และค่อยๆ
เจาะกลุ่มผู้ใช้เฉพาะทางอย่างต่อเนื่อง
ปี 2026 จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ จากเกมมิ่งโฟน สู่ไลฟ์สไตล์แบรนด์
แต่ในปี 2026 นี้ TECNO ประกาศเปลี่ยนทิศทางแบรนด์ครั้งใหญ่
จากที่เคยโฟกัสเป็นสมาร์ตโฟนสายเกม สู่การเป็น Smart Phone Lifestyle และ
Fashion ที่มากขึ้น โดยมี TECNO POVA 8 Series
เป็นตัวแทนของการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างชัดเจน ด้วยการยังคงเอกลักษณ์เดิมของซีรีส์
POVA ไว้ แต่เสริมด้วยดีไซน์ที่ล้ำสมัยกว่าเดิม
พร้อมชูจุดขายที่ไม่ใช่แค่ชิปเซ็ตและสเปคที่คุ้มค่าในช่วงราคาเหมือนที่ผ่านมา
แต่ยังมาพร้อมจอแสดงผลด้านหลัง D.I.Y. Matrix Display
ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และประสิทธิภาพกล้องที่พัฒนาขึ้นด้วยเซนเซอร์จาก
Sony’s LYTIA™ 700C OIS Ultra-Clear Camera มีความละเอียดมากกว่า 50MP
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีเป้าหมายเพราะแคมเปญในรอบนี้ถูกออก
แบบมาเพื่อขยายฐานกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมทุกเพศทุกวัยมากยิ่งขึ้น
ไม่จำกัดอยู่แค่กลุ่มคนเล่นเกมเหมือนในอดีต
นับว่าเป็นขยายฐานแฟนคลับและเปิดตลาดใหม่ ๆ ให้กว้างขึ้นกว่าเดิม
Alive at Night: แนวคิดที่เป็นหัวใจของการสื่อสารครั้งนี้
แคมเปญนี้วางแนวคิดหลักไว้ที่ “Alive at Night ยิ่งมืด ยิ่งโดดเด่น”
ซึ่งสะท้อนอินไซต์ของคนรุ่นใหม่และคนทำงานยามราตรี
ที่มองว่าช่วงเวลากลางวันอาจเป็นเพียงการทำตามบทบาทหน้าที่และความคาดหวังข
องสังคม แต่เมื่อดวงอาทิตย์ตกดิน “ช่วงเวลากลางคืน”
จะกลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่แท้จริงของพวกเขา เป็นเวลาที่ได้ปลดปล่อยตัวตน
ใช้ชีวิตในแบบที่อยากเป็น และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ อย่างมีชีวิตชีวา
ไม่ว่าจะเป็นคนที่ต่อยอดแพชชันสู่งานเสริมยามดึก
คนที่ปลุกไลฟ์สไตล์อีกด้านให้มีชีวิต
หรือคนที่พร้อมแสดงตัวตนอีกมุมหนึ่งของชีวิตอย่างโดดเด่นและเต็มที่
แนวคิดนี้ถูกถ่ายทอดผ่านจุดเด่นหลัก 3 ด้านของ TECNO POVA 8 Series
ได้แก่ ชิปเซ็ตสายเกม MediaTek Dimensity 7400 Ultimate 5G
ควบคู่กับชิปจอแยก TECNO P1 Graphic Chip
ที่ช่วยอัปเกรดกราฟิกให้ลื่นไหลยิ่งขึ้น กล้องหลังความละเอียด 50MP ที่ใช้เซนเซอร์
Sony’s LYT-700C OIS Ultra-Clear Camera
เก็บภาพทั้งกลางวันและกลางคืนได้คมชัดสมจริง และจอแสดงผลด้านหลังเครื่อง
D.I.Y. Matrix Display ที่ให้ทุกคนวาดไฟแสดงผลได้เองตามใจ
พร้อมสว่างเป็นพิเศษในยามค่ำคืนผสานกับดีไซน์ตัวเครื่องแนว Interstellar Space
Ship Design ที่ล้ำสมัยไม่เหมือนใคร





Communication Campaign: ปักหมุดสถานี MRT ผนึกกำลัง KOL คนรุ่นใหม่
เพื่อสื่อสารแนวคิดนี้ให้ไปถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง TECNO เลือกใช้สื่อ
Out of Home ที่สถานี MRT สายสีน้ำเงินกว่า 20 สถานี อาทิ สถานีสวนจตุจักร
สถานีสุขุมวิท สถานีหัวลำโพง สถานีวัดมังกร สถานีสามยอด
ซึ่งเป็นจุดที่มีผู้คนสัญจรพลุกพล่านตลอดวัน
เป็นหนึ่งในแคมเปญใหญ่ที่ตอกย้ำการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
ควบคู่ไปกับการสื่อสารผ่านภาพและวิดีโอโฆษณาที่ใช้ KOL
และอินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นที่รู้จักในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทั้ง อูโน่ หลาวทอง, ปิงลลี่
Famous, ทนาย
เจบี, เชฟกระทะยักษ์ และไม่ใช่ปลาเผา ผู้มีชื่อเสียงบน TikTok
นอกจากนี้ยังเลือกกลุ่ม Real User หรือบุคคลทั่วไปจากหลากหลายอาชีพ ทุกเพศ
ทุกวัย มาร่วมบอกเล่าความเป็นตัวเองในยามค่ำคืนผ่านสมาร์ตโฟน TECNO POVA
8 Series ด้วยเช่นกัน
เพื่อให้แคมเปญนี้เข้าถึงและสะท้อนชีวิตจริงของผู้คนได้มากที่สุด
บทสรุปแห่งการเปลี่ยนแปลง: จากเกมมิ่งสู่ไลฟ์สไตล์ไอคอน
ตลอดแคมเปญนี้ TECNO มุ่งเน้นการปรับภาพลักษณ์ครั้งสำคัญ จากการเป็น
Gaming Phone สู่การเป็น Lifestyle Phone ที่โดดเด่นและแตกต่างอย่างเต็มตัว
ผ่านแนวคิด “Alive at Night ยิ่งมืด ยิ่งโดดเด่น”
เพื่อตอบโจทย์อินไซต์ของคนยุคใหม่ที่ไม่ได้มีตัวตนแค่ด้านเดียว
แต่ยังมีไลฟ์สไตล์และบทบาทความชื่นชอบอีกด้านที่พร้อมจะเปล่งประกายยามค่ำคืน
การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่
แต่คือสะพานเชื่อมสำคัญที่สะท้อนถึงเจตนารมณ์และวิสัยทัศน์ของแบรนด์ TECNO
ในการขับเคลื่อนอนาคตอย่างไม่หยุดนิ่ง
ทั้งนี้ TECNO
ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างไม่หยุดนิ่ง
พร้อมเตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อีกมากมายในอนาคต
ตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นแบรนด์เทคโนโลยีที่ไม่เคยหยุดคิดค้น
และพร้อมยืนหยัดในฐานะแบรนด์ที่เข้าใจผู้ใช้งานอย่างแท้จริง
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ TECNO Mobile Thailand และ
Facebook: TECNO Mobile Thailand










ใส่ความเห็น